Serie
P350 Optimus Me
Company
P350 Optimus Me
Launch Date
23-02-2011
Launch Price
- Baht
Serie
S5570 Galaxy Mini
Company
S5570 Galaxy Mini
Launch Date
23-02-2011
Launch Price
5,990 Baht
จบงาน "MWC2011" (มหกรรมมือถือระดับโลก) ไปเรียบร้อย หากใครได้ตามข่าวก็จะพบว่า มีรุ่นแรงๆ เปิดตัวเพียบ แต่ทั้งหมดก็ยังไม่ขายในตอนนี้ ดังนั้นเรามาดู 2 แอนดรอยด์สุดประหยัดจาก 2 แบรนด์ดัง "LG-Samsung" กันครับ ไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันคุณสามารถเป็นเจ้าของแอนดรอยด์จอ 2.8-3.2 นิ้วได้ในงบเพียง 6000 บาท เท่านั้น แถมยังสเปคแรง มีชิปกราฟฟิคในตัวด้วยล่ะ :D
LG Optimus Me
ถึงจะตามหลังเจ้าตลาดอย่าง Samsung แต่ LG ก็ประสบความสำเร็จกับซีรี่ส์ "Optimus" เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ Optimus One ที่ขายได้มากกว่า 2.5 ล้านเครื่องทั่วโลก และวันนี้ได้ส่ง "Optimus Me" มาชิมลางตลาดล่าง ชูจุดเด่นดีไซน์โค้งเว้า ขนาดเล็กพกพาง่าย และฝาหลังหลากสีสัน พร้อมราคาที่เป็นมิตรกับวัยรุ่นเพียง 6 พันบาทเท่านั้น มาดูกันครับว่าคุณสมบัติเครื่องเป็นอย่างไรบ้าง ..
คุณสมบัติเด่น
- รองรับคลื่นความถี่ GSM Quadband (850/900/1800/1900 เมกะเฮิร์ส)
- รองรับคลื่นความถี่ 3 จี (HSDPA) 900/2100 MHz
- หน้าจอ TFT-LCD ทัชสกรีนแบบ Capacitive 2.8 นิ้ว ความละเอียด 240x320 พิคเซล
- เมมโมรี่ภายใน 190 เมกะไบต์, รองรับเมมโมรี่การ์ดภายนอกสูงสุด 16 กิกกะไบต์
- ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.2.2
- อินเตอร์เฟส LG Home 2.0
- เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต-รับส่ง MMS, อีเมล์ผ่าน เอดจ์, 3 จี, ไวไฟ
- ถ่ายโอนข้อมูลผ่านบลูทูธ 2.1, ยูเอสบี 2.0 (ไมโครยูเอสบี)
- ชิปซีพียู Qualcomm MSM7227 600 MHz, แรม 256MB
- กล้องความละเอียด 3.0 ล้านพิคเซล รองรับบันทึกวิดิโอความละเอียด 640x480 พิคเซล (15 เฟรมต่อวินาที)
- Social Hub อัพเดท Facebook, Twitter ได้เลยผ่านมือถือ
- วิทยุ FM, เครื่องเล่น MP3-วิดิโอ
- โปรแกรมดู-แก้ไขเอกสารออฟฟิศในตัว (ThinkFree office)
- รองรับหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- แบตเตอรี่ Li-ion ความจุ 1280 มิลลิแอมป์ (BL-42FN)
Samsung Galaxy Mini
จะว่าไปแล้วในบรรดา Android ราคาประหยัดสุดๆ ยังมี Galaxy 5 อีกหนึ่งรุ่น แต่ก็ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ เพราะจอเล็ก ดีไซน์ไม่สวย ดังนั้นซัมซุงจึงขอแก้มือใน "Galaxy Mini" ดีไซน์ใหม่คล้ายกับนำ Galaxy 3 มารวมกับ Candy Series ออกมาดูดีขึ้น สีสันสดใส และน่าใช้งานกว่ารุ่นเดิมๆ มาก หน้าจอขยายเป็น 3.14 นิ้ว, กล้อง 3MP แน่นอนว่ามาพร้อมกับ Froyo 2.2 ในตัวเลย อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ ราคาที่ถูกมากๆ จนคุณต้องอึ้ง !
คุณสมบัติเด่น
- รองรับคลื่นความถี่ GSM Quadband (850/900/1800/1900 เมกะเฮิร์ส)
- รองรับคลื่นความถี่ 3 จี (HSDPA) 900/2100 MHz
- หน้าจอ TFT-LCD ทัชสกรีนแบบ Capacitive 3.14 นิ้ว ความละเอียด 240x320 พิคเซล
- เมมโมรี่ภายใน 181 เมกะไบต์, รองรับเมมโมรี่การ์ดภายนอกสูงสุด 16 กิกกะไบต์
- ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.2.1
- อินเตอร์เฟส TouchWiz UI 3.0
- เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต-รับส่ง MMS, อีเมล์ผ่าน เอดจ์, 3 จี, ไวไฟ (N)
- ถ่ายโอนข้อมูลผ่านบลูทูธ 2.1, ยูเอสบี 2.0 (ไมโครยูเอสบี)
- ชิปซีพียู Qualcomm MSM7227 600 MHz, แรม 384MB
- กล้องความละเอียด 3.0 ล้านพิคเซล รองรับบันทึกวิดิโอความละเอียด 240x320 พิคเซล (15 เฟรมต่อวินาที)
- Social Hub อัพเดท Facebook, Twitter ได้เลยผ่านมือถือ
- วิทยุ FM, เครื่องเล่น MP3-วิดิโอ
- โปรแกรมดู-แก้ไขเอกสารออฟฟิศในตัว (QuickOffice)
- รองรับหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- แบตเตอรี่ Li-ion ความจุ 1200 มิลลิแอมป์
จะเห็นว่าทั้งคู่มีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงมากเลยทีเดียว หรือชมจากตารางเปรียบเทียบสเปคได้ตามนี้ครับ (คลิกที่ภาพเพื่อชมตารางเต็มๆ)
บรรจุภัณฑ์
เครื่องที่นำมารีวิวให้ชมเป็นเครื่องขายจริงครับ ดังนั้นหากคุณซื้อ "Galaxy Mini" จากที่ใดก็ตาม ต้องได้รับอุปกรณ์ตามลิสต์ด้านล่างนะจ๊ะ
- ตัวเครื่อง "Galaxy Mini"
- แบตเตอรี่มาตรฐาน 1200 mAh
- สมอลทอล์ค 3.5 มิลลิเมตร
- สาย MicroUSB
- วอลชาร์จ
- คู่มือการใช้งาน
- เมมโมรี่ 2GB
ดีไซน์ภายนอก
ดีไซน์ภายนอกของ "Galaxy Mini" คล้ายกับนำ Galaxy 3 มารวมกับ Candy ออกมาลงตัวทีเดียวครับ ตูดยื่นออกมาเล็กน้อย ปุ่มด้านหน้าเป็นแบบกดธรรมดาทั้งหมด ขอบด้านข้างสีเขียวออกประกาย ตัดกับตัวเครื่องสีเทาเข้มได้เป็นอย่างดี ขนาดค่อนข้างใหญ่กว่า "Optimus Me" แบบเห็นได้ชัด เพราะขนาดจอที่ใหญ่นั่นเอง
วัสดุที่ใช้เป็นพลาสติกผิวด้านทั้งตัว น้ำหนักเบา แต่งานประกอบทำได้ดีไม่มีเสียงกร่อบแกร่บ เมื่อเทียบกับ "Galaxy 3, 5" แล้ว ถือว่าพัฒนาขึ้นมากมายเลยล่ะ ชมของ Galaxy Mini กันไปแล้ว ลองไปดู Optimus Me ได้ในหน้าถัดไปครับ
ดูของ "Galaxy Mini" ไปแล้วก็ลองมาชมของ Optimus Me กันบ้าง รุ่นนี้ไม่มีแกะกล่องนะครับ เนื่องจากเป็นเครื่องเทส แต่คาดว่าคงไม่แถมอะไรพิสดารมาก ยกเว้นฝาหลังหลากสีที่ต้องรอทาง LG คอนเฟิร์มอีกทีว่าจะมีแถมหรือไม่
ดีไซน์ภายนอก
เมื่อเทียบกับ “Galaxy 5" ผมว่ารุ่นนี้ดูมีราคากว่า ทั้งเรื่องวัสดุ การประกอบ และการดีไซน์ สำหรับรูปทรงตัวเครื่องเป็นทัชแท่งแบบมาตรฐาน ด้านหน้าขอบมนเหมือนแคปซูล ส่วนด้านข้างมีแถบโค้งเว้าไปกับตัวเครื่อง ทำให้ดูบางลง และด้านหลังดูเรียบๆ แต่ฝาจะเว้าส่วนกลางจับกระชับมือยิ่งขึ้น
วัสดุบอดี้ที่ใช้เป็นพลาสติกทั้งตัวครับ แต่เป็นแบบผิวด้าน ดูแลไม่ยาก และไม่เกิดรอยได้ง่ายแบบวัสดุผิวมัน (Glossy) ส่วนการประกอบงานออกมาใช้ได้ ไม่มีช่องโหว่ใหญ่ๆ และลองกดเครื่องดูก็ไม่มีเสียงกรอบแกร่บแต่อย่างใด การใช้งานรับรองว่าทนทาน หากไม่ทำตกหรือกระแทกอะไรแรงๆ
ดูรูปลักษณ์ภายนอกกันไปแล้ว มาชมกันครับว่าการใช้งานของทั้ง 2 รุ่นนั้นจะเป็นอย่างไรบ้างในหน้าถัดไป :D
เนื่องจากเนื้อที่มีไม่มาก ดังนั้นผมจะรีวิวภาคซอฟท์แวร์ควบคู่กันไปเลยทั้ง "Optimus Me" และ "Galaxy Mini" โดยรวมแล้วไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ เพราะแกนก็คือแอนดรอยด์เหมือนกัน แต่จะมีบางส่วนที่ทั้งคู่ Customize มาไม่เหมือนกัน มาชมกันเลยครับ
ระบบภายใน
"Optimus Me" มาพร้อมกับซอฟท์แวร์แอนดรอยด์เวอร์ชั่น 2.2.2 (Froyo) ในตัว ผนวกกับ LG Home 2.0 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด มี Widget แสดงเวลา-ภูมิอากาศแบบหรูๆ เหมือนบน "Optimus 2X" เป๊ะ เมนูแยกแอพฯ ในเครื่อง-ลงเพิ่มชัดเจน ซึ่งก็มีโปรแกรม Pre-Installed มาให้ในตัวมากพอสมควรเช่น ThinkFree Office, App Advisor แต่ไม่มีเจ้า NDrive ให้แบบใน "Optimus one"
ส่วน "Galaxy Mini" พกแอนดรอยด์ 2.2.1 พร้อม TouchWiz UI 3.0 หน้าตาเหมือน "Cooper" ทุกประการ สามารถเพิ่มหน้า Home ได้สูงสุด 7 หน้าเท่า Optimus Me เช่นเดียวกับใช้งาน Live Wallpaper ได้ด้วย สำหรับเมนูจะต่างกันครับ ของมินิจะเลื่อนซ้ายขวาตามแบบฉบับทัชวิซ
[ Galaxy Mini ]
ออร์แกนไนซ์เซอร์
ตามปกติ Android สามารถใช้งานฟังก์ชั่น Organizer ได้ดีเหมือนกันทุกรุ่น (Galaxy Mini ก็เช่นกัน) จากฟังก์ชั่นพื้นฐานในเครื่องเช่น ปฏิทิน, นาฬิกา, เครื่องคิดเลข, ตัวจัดการไฟล์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังสามารถลงแอพฯ จัดการบัญชี ภาษี, แจ้งนัดหมาย, SMS แม้กระทั่งตัวจัดการแอพฯ ในเครื่องก็มี (ทั้ง 2 รุ่น) เรียกได้ว่าเครื่องเดียวสามารถทำได้ครบหมด ขอให้เป็นแอนดรอยด์ก็พอ
[ Galaxy Mini ]
[ Optimus Me ]
Messaging
ทั้ง 2 รุ่นสามารถใช้งาน SMS, MMS, Email ได้ แต่ซัมซุงจะมีช๊อตคัท "Social Hub" รวมทุกข้อความอัพเดทจาก Email, FaceBook, Twitter ฯลฯ ไว้ในที่เดียว และแอดได้หลายรายชื่อด้วย แต่มักจะใช้งานกับอีเมลซะมากกว่า
ส่วนด้าน "Social Network" ทั้งคู่มีแอพพลิเคชั่น FaceBook, Twitter ลงมาให้ในเครื่องแล้ว ผู้ใช้สามารถล็อกอินเล่นได้เลย ส่วนบริการอื่นๆ อย่าง Whatsapp, MSN ฯลฯ สามารถลงเพิ่มเติมได้จากใน Market แชทกันมันส์ไม่หยุดไปเลย เพราะแอนดรอยด์รองรับหมดครับ
Gallery
ตรงนี้ไม่มีอะไรแปลกไปจากเดิม เพราะทั้ง 2 รุ่นไม่ได้ปรับแต่งคลังภาพให้พิสดารครับ สามารถใช้นิ้วแหกซูมดูภาพได้ (Pinch-Zoom) เช่นเดียวกับตั้งให้เป็น Wallpaper, เล่นสไลด์โชว์, ตัดครอบภาพได้ ส่วนโปรแกรมแต่งภาพนั้นไม่ได้พ่วงมากับเครื่องโดยตรง ต้องโหลดเพิ่มเอาจากใน Market นะจ๊ะ
[ Optimus Me ]
[ Galaxy Mini ]
Camera
ทั้ง "Galaxy Mini, Optimus Me" ติดกล้องมาให้ 3 ล้านพิคเซลเท่ากัน ไม่มีตัวช่วยทั้งออโต้โฟกัส, แฟลช งานนี้กล้องน้องมินิมีลูกเล่นมากกว่า เช่น Smile Shot, Panorama, Add Me และเลือกถ่ายได้หลากหลายพื้นที่ รวมถึงการถ่ายย้อนแสงอีกด้วย
ส่วนการบันทึกวิดิโอ "Optimus Me" ทำได้ดีกว่าที่สามารถอัดได้ความละเอียด VGA (640x480 พิคเซล) ในขณะที่ Mini ทำได้ QVGA เท่านั้นครับ ส่วนตัวอย่างภาพถ่าย-วิดิโอชมได้ด้านล่าง
ตัวอย่างภาพถ่าย (Galaxy Mini)
ตัวอย่างภาพถ่าย (Optimus Me)
[ Galaxy Mini ]
[ Optimus Me ]
Multimedia
ลูกเล่นทางมัลติมีเดียทั้งหลายเช่น เครื่องเล่นเพลง-วิดิโอ, FM, อัดเสียง, Youtube สามารถทำได้ดีทั้ง 2 รุ่น แต่ลูกเล่นโดยรวมของ "Galaxy Mini" จะดีกว่าเช่น เครื่องเล่นเพลงมี Equalizer, Virtual 5.1 CH ให้ปรับ, วิทยุ FM อินเตอร์เฟสใช้งานคล้าย iPod Nano ส่วน Youtube คล้ายกันครับ ไม่มีอะไรแตกต่าง อ่อ ... Optimus Me มีแอพฯ เล่นวิดิโอด้วย แต่ Galaxy Mini ไม่มี แต่ก็สามารถโหลดใน Market มาลงได้เช่นเดิม
ลำโพงทั้ง 2 รุ่นนี้ดังพอๆ กัน แต่ของ LG จะใช้ร่วมกับลำโพงสนทนาเลย ขณะที่ Samsung จะแยกต่างหาก รองรับหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ส่วนคุณภาพเสียงอยู่ในระดับกลางๆ หาหูฟังดีๆ มาใช้จะช่วยให้เสียงดีขึ้นพอสมควร
[ Optimus Me ]
[ Galaxy Mini ]
Gaming
เรื่องเกมบน 2 รุ่นนี้ทำได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่ เพราะหน้าจอความละเอียด QVGA อาจไม่รองรับในหลายๆ เกม แต่เกมยอดฮิตอย่าง Angry Birds, Slice IT ฯลฯ สามารถเล่นได้สบายๆ ครับ เนื่องจากมีชิปกราฟฟิคในตัวนั่นเอง ลองดูวิดิโอสาธิตการเล่นเกมได้ด้านล่างจ้า
[ Galaxy Mini ]
[ Optimus Me ]
Connectivity
การเชื่อมต่อเรียกได้ว่าจะเป็นสิ่งพื้นฐานในแอนดรอยด์ไปแล้วเช่น 3G, WiFi, GPS, Bluetooth ทั้ง "Galaxy Mini, Optimus Me" รองรับหมดครับ แต่มินิจะรับ 3G ได้ 7.2Mbps และ WiFi N ส่วนน้องมีได้ 3.6 Mbps และ WiFi G มาตรฐาน
การใช้งาน GPS กระทำได้ผ่านหลากหลายโปรแกรม ทั้งการระบุตำแหน่ง, Geotagging แต่ที่จะใช้บ่อยๆ ก็คือบน "Google Maps" การทำงานบน Me จะจับสัญญาณได้ไวกว่า Mini แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานที่-สภาพอากาศด้วยครับ
Browser
การใช้งาน Browser บน "Galaxy Mini" จะไวกว่า Optimus Me อย่างเห็นได้ชัด เพราะแรมในตัวมีมากกว่า สามารถใช้ Pinch-Zoom ได้ทั้งคู่ แต่เล่นแฟลชไม่ได้นะครับ สเปคเครื่องไม่ไหว ถ้าจะเลี้ยงหมู สร้างเมือง ทำเกษตร แนะนำให้ดูรุ่นสูงๆ กว่านี้ดีกว่า แต่ถ้าเอามาไว้ดูเว็บ ดูข่าวทั่วๆ ไป ทั้ง 2 รุ่นนี้ตอบสนองคุณได้ดีเลยล่ะ
- An3DBench -
[ Optimus Me ]
[ Galaxy Mini ]
Benchmark Test
สำหรับการทดสอบในเชิงเทคนิคจะใช้โปรแกรม An3DBench, Quadrant Advance, Linpack, Multitouch Tester, Neocore และ Quick System Info ส่วน GLBenchmark รันไม่ไหวครับ
ปิดท้ายด้วยวิดิโอรีวิวของ Galaxy Mini
รู้สึกว่ารอบนี้ผมจะรีวิวเยอะมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้น่าจะเป็นข้อมูลเพื่อตัดสินใจได้เป็นอย่างดีว่าจะเลือก "Galaxy Mini" หรือ "LG Optimus Me" ซึ่งทั้งคู่ก็มีทั้งข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไป แล้วแต่ความชอบล่ะครับ ว่าเล่นตัวไหนแล้วถูกชะตามากกว่ากัน การใช้งานอาจไม่ต่างกันมากนัก เพราะแกนภายในก็คือแอนดรอยด์เหมือนๆ กัน เพียงแต่ UI และฟีเจอร์เสริมแตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าใครจะยัดออฟชั่นมามาก-น้อย
โดยส่วนตัวคิดว่า "Galaxy Mini" น่าจะเหมาะกับผู้ใช้ที่ชื่นชอบดีไซน์แบบเร้าใจ เรียบง่าย แต่ดูหรูหราด้วยสีที่ตัดกัน และต้องการหน้าจอใหญ่ๆ หน่อย ส่วน "Optimus Me" จะเน้นความน่ารัก สดใส พกพาสะดวก หน้าจอที่คมชัดกว่า และเหมาะกับสุภาพสตรีมากที่สุดครับ
จุดเด่น (Galaxy Mini)
- ดีไซน์โค้งเว้าได้สัดส่วน สีสันตัวเครื่องตัดกันได้เป็นอย่างดี
- น้ำหนักค่อนข้างเบา
- หน้าจอทัช Capacitive ใหญ่ 3.14 นิ้ว รองรับมัลติทัช 2 จุดแท้
- TouchWiz UI ทำงานได้รวดเร็ว
- แรมระบบเหลือมากถึง 279 MB ทำให้การใช้งานไม่หน่วง
- สามารถแชร์เน็ต (Mobile HotSpot) ได้
- แอนดรอยด์ 2.2.1
- แบตเตอรี่ใช้งานได้ค่อนข้างนาน
- ราคาถูกมาก !!
จุดด้อย
- หน้าจอแสดงผลหยาบมาก !!
- ตัวเครื่องบาน ใหญ่ ตามขนาดหน้าจอ
- กล้องบันทึกวิดิโอได้ความละเอียดเพียง QVGA
จุดเด่น (Optimus Me)
- ตัวเครื่องเล็ก กะทัดรัด พกพาง่าย
- หน้าจอแสดงผลคมชัด มุมมองด้านข้าง (Wide-Angle) ค่อนข้างดี
- แบตเตอรี่ให้มาเยอะกว่า Galaxy Mini
- ปล่อยเน็ต (Mobile HotSpot) ได้
- มีแอพฯ Pre-Install มาให้พอสมควร
- ฝาหลังมีให้เลือกหลากหลายสี
- กล้องคมชัดกว่า, บันทึกวิดิโอความละเอียด VGA
จุดด้อย
- ดีไซน์ไม่ค่อยสวย
- ระบบการใช้งานหน่วงพอใช้ มีกระตุกเป็นบางครั้ง (ซอฟท์แวร์เทส)
- หน้าจอค่อนข้างเล็ก บางครั้งอาจไม่สะดวกต่อการใช้งาน
สำหรับมือถือแอนดรอยด์ราคา 6 พันบาทเศษๆ ยังมีอีกหนึ่งรุ่นคือ "Acer E140" ซึ่งจะนำมาพรีวิวให้ชมกันในภายหลังครับ วันนี้ก็ต้องขอจบรีวิว 2 ดรอยด์ประหยัด "LG Optimus Me & Samsung Galaxy Mini" ไว้เพียงเท่านี้จ้า :D


