สำหรับวันนี้ผมในฐานะทีมงาน i3 ก็ขอมานำเสนอบทความ How-to ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเทคนิคการใช้คอมพิวเตอร์บ้าง โดยในครั้งนี้ผมจะนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของการผลิตผลงานเพลงส่วนตัวเพื่อพิชิตใจสาวๆ ในวันวาเลนไทน์ด้วยโปรแกรมที่ชื่อว่า Cakewalk SONARโดยผมขอแบ่งบทความนี้เป็น 2 ตอนนะครับ โดยรายละเอียดของบทความทั้ง 2 ตอนที่ผมจะนำเสนอมีรายละเอียดดังนี้
ตอนที่ 1 มาสร้างเพลงรักหวานแหว๋วต้อนรับวาเลนไทน์ด้วยตัวเองกันเถอะ
สิ่งที่ได้รับจากบทความนี้: สามารถผลิตผลงานเพลงส่วนตัวได้ด้วยตัวเราเอง
เปอร์เซ็นต์ความรักที่จะได้จากสาวๆ : มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ (ขึ้นอยู่กับเสียงร้องและเพลงที่แต่งขึ้น)
คุณสมบัติของคนที่จะปฏิบัติตามบทความตอนที่ 1 นี้:
- เล่นดนตรีเป็น (โดยเฉพาะกีตาร์หรือคีย์บอร์ดไฟฟ้า)
- มีทักษะในเรื่องทฤษฎีดนตรีพอประมาณ
- มีอุปกรณ์ที่ใช้เล่นดนตรี โดยเฉพาะกีตาร์ (ไฟฟ้า-โป่ง) และไมค์ เป็นสิ่งจำเป็นมาก
- สามารถร้องเพลงได้
- ต้องมีซาวด์การ์ดที่สามารถอัดเสียงแบบ Stereo Mix ได้
ตอนที่ 2 Karaoke นี้เพื่อเธอ
สิ่งที่ได้รับจากบทความนี้: สำหรับคนรักการร้องเพลง แต่เล่นดนตรีไม่เป็น เมื่ออ่านบทความส่วนนี้จบจะสามารถมีผลงานเพลงได้เช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้เป็นเพลงที่เราแต่งเองเท่านั้น
เปอร์เซ็นต์ความรักที่จะได้จากสาวๆ: 40-50 เปอร์เซ็นต์ (ขึ้นอยู่กับเสียงร้องเช่นกัน)
คุณสมบัติของคนที่จะปฏิบัติตามบทความตอนที่ 2 นี้:
- ต้องร้องเพลงเป็นและไม่ค่อมห้องดนตรี
- มีไมค์ร้องเพลงเป็นของตนเอง
- ต้องมีซาวด์การ์ดที่สามารถอัดเสียงแบบ Stereo Mix ได้
แต่ก่อนจะไปสู่แต่ล่ะตอน เรามาทำความรู้จักกับเจ้า Cakewalk SONAR และการตั้งค่าต่างๆ กันก่อนครับ
Cakewalk SONAR คืออะไร ทำงานอย่างไร
[ก่อนจะไปพูดถึงความหมายผมของตัวโปรแกรมผมขอเกริ่นก่อนว่าโปรแกรม SONAR (ต่อไปนี้จะขอเรียกสั้นๆ แบบนี้) ที่ผมใช้เป็นเวอร์ชั่น 7 Producer Edition ครับ]
โดยโปรแกรม SONAR ปกติเป็นโปรแกรมที่ไว้ใช้ในวงการผู้ผลิตผลงานเพลง เช่นพวก Sound Engineer หรือแม้กระทั้งนักดนตรี โดยตัวโปรแกรมจะมีลักษณะการทำงานคล้ายๆ โปรแกรมบันทึกเสียงทั่วๆ ไปเช่น NeroWave หรือ Sound Recorder เพียงแต่โปรแกรมนี้มีความละเอียดของฟังค์ชั่นการใช้งานมากกว่าและสามารถมิกซ์เสียงแบบ Multi-Track ได้ อีกทั้งยังสามารถใส่เอ็ฟเฟ็คเสียง ปรับแต่งเสียงต่างๆ ได้อย่างละเอียดอีกด้วย
โดยก่อนเข้ารายละเอียดของบทความ อันดับแรกเราต้องมาแนะนำวิธีการตั้งค่าเพื่อใช้งานกันก่อน ซึ่งตัวโปรแกรมสามารถหาดาวโหลดเวอร์ชั่นทดลองใช้ 30 วันแบบเต็มฟังค์ชั่นได้จาก http://download.cakewalk.com/sonartrial.asp หรือถ้าต้องการเวอร์ชั่นเต็มก็สามารถสั่งซื้อได้จากลิงค์เว็บดังกล่าวเช่นกัน
ซึ่งหลังจากการติดตั้งและเรียกใช้งานโปรแกรมแล้วจะปรากฏ Pop up ดังภาพด้านล่างให้เราตอบ Yes ไป
จากนั้นโปรแกรมจะทำการเช็คการ์ดเสียงที่เราใช้งานอยู่ ซึ่งตรงนี้ถ้าโปรแกรมตรวจสอบแล้วขึ้นเป็น OK ไม่ใช่ Not Available ทั้งหมดแสดงว่าการ์ดเสียงของท่านสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ให้ผ่านขั้นตอนนี้ไป แต่ถ้าของท่านใดมีคำว่า Not Available ปรากฏขึ้นให้ทำตามขั้นตอนต่อไปได้เลยครับ
โดยขั้นแรกเมื่อโปรแกรมตรวจสอบการ์ดเสียงของเราเสร็จแล้วให้กด Close ไปก่อนจากนั้นโปรแกรมจะให้เรากรอกรหัสผ่าน (สำหรับเวอร์ชั่นเต็ม) โดยเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว จะมาอยู่ที่หน้าตามภาพ
จากนั้นให้คลิ๊กที่ Option แล้วเลือก Audio
เมื่อหน้าต่าง Audio Options ปรากฏขึ้นมา ให้เลือกไปที่แท็บ Advanced แล้วเปลี่ยนค่าตรงช่อง Driver Mode เป็น MME (32-bit) จากนั้นกด OK แล้ว Restart โปรแกรม คราวนี้เมื่อเข้ามาถึงหน้าตรวจสอบการ์ดเสียง ระบบจะให้การ์ดเสียงเราผ่าน (OK) หมดทุกตัวก็เป็นอันใช้ได้แล้ว
สำหรับหัวข้อนี้จะสอนวิธีการต่อ Input เครื่องดนตรีต่างๆ ให้เสียงสามารถผ่านเข้ามาในพีซีได้ โดยอย่างแรกเราจำเป็นต้องมีหัวแปลงแจ็คไมโครโฟนเป็นขนาด 3.5 มม.แบบ Mono ตามภาพ ซึ่งถ้าใครมีไมโครโฟนที่เป็นหัวแจ็คขนาด 3.5 มม. อยู่แล้วก็สามารถนำมาใช้ได้เลย โดยการเชื่อมต่อกับพีซีสามารถทำได้ด้วยการต่อที่ช่องไมโครโฟนด้านหลังเมนบอร์ดซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่องสีชมพูตามภาพ

หัวแปลงแจ็คไมโครโฟนเป็นแจ็คขนาด 3.5 มม.

เชื่อมต่อกับช่อง Mic in ด้านหลังคอมพิวเตอร์
โดยเมื่อเชื่อมต่อเสร็จเรียบร้อย จากนั้นจะเป็นการปรับค่าในส่วนของตัว Windows โดยเราสามารถทำได้โดยการคลิ๊กตรงบริเวณรูปลำโพง (Volume) มุมขวาล่างจากนั้นกดเลือกตรง Options แล้วเลือก Properties โดยตรง Mixer Device ให้เราเลือกในส่วนของคำสั่ง ที่มีคำว่า Input ต่อท้าย
เอาล่ะครับ หลังจากที่คุณผู้อ่านปรับระบบและค่าต่างๆ ตามที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาสำคัญกันแล้วกับ 3 ตอนพิชิตใจสาวด้วยเสียงเพลงจากเรา ถ้าพร้อมไปกันเลย
หลังจากเข้าโปรแกรมมาเรียบร้อยแล้วให้กดไอคอน New
จะปรากฏ Pop Up ดังภาพ
Name: ให้ใส่ชื่อไฟล์
Location: ที่อยู่ของไฟล์
Audio Path: ที่เก็บแคชไฟล์เสียงที่เราใช้ในการผลิตผลงาน
Template: ให้เลือกเป็น Normal
โดยเมื่อตั้งชื่อรวมถึงที่อยู่เสร็จเรียบร้อยแล้วให้คลิ๊ก OK จากนั้นจะมาอยู่ที่หน้าตาดังภาพด้านล่าง
ซึ่งถ้าเราพร้อมที่จะบันทึกเสียงแล้ว อันดับแรกให้เราติ๊กตรงตัว R ที่อยู่บริเวณดังภาพประกอบด้านล่างเพื่อเป็นการบอกให้ตัวโปรแกรมเตรียมพร้อมช่องสัญญาณเพื่อเริ่มบันทึกเสียง (Ready Recording)
ในส่วนต่อจากนี้ถ้าใครทำตามวิธีการต่ออุปกรณ์ดนตรีผ่านเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธีแล้ว เมื่อเราตอบสนองกับเครื่องดนตรี ไมโครโฟนหรืออะไรก็ตามที่ต่อผ่านช่อง Input ไมโครโฟนอยู่ กราฟสีเขียวเล็กๆ จะเลื่อนขึ้นลงตามภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมแล้วที่จะบันทึกเสียง
แต่ก่อนจะเริ่มกดบันทึกเสียงให้เรานำเมาส์ไปคลิ๊กขวาตรงบริเวณแถบเครื่องมือด้านบนตามภาพก่อน จากนั้นคลิ๊กที่ Metronome เพื่อเรียกตัวควบคุมจังหวะขึ้นมา ซึ่งตรงส่วนนี้เราต้องปิดไว้ โดยกดไปที่ Metronome During Record ลงไป 1 ครั้งหรือถ้าเรามีความรู้ในเรื่องของตัวควบคุมจังหวะก็สามารถตั้งค่าให้ตรงกับห้องเสียงและความเร็วที่เราจะบันทึกได้
ขั้นตอนต่อไปจะเป็นขั้นตอนในการบันทึกเสียงครับ โดยวิธีการบันทึกนั้นก็ช่างง่ายแสนง่าย เพียงแค่กดปุ่ม R บนคีย์บอร์ดเท่านั้น โปรแกรมจะเริ่มบันทึกเสียงทันที โดยเมื่อกราฟเสียงกำลังเดิน คุณผู้อ่านก็เริ่มทำนองเพลงรักจีบสาวๆ ได้เลย
โดยเมื่อเสร็จสิ้นการบันทึกแล้วก็ให้กดปุ่ม R หรือ Spacebar เพื่อหยุดบันทึก
หลังจากนั้นเราจะได้เสียง Track 1 มาแล้ว โดยถ้าคุณผู้อ่านต้องการจะบันทึก Track เสียงต่อไป เช่น เสียงร้อง หรือเครื่องดนตรีชิ้นอื่น คุณผู้อ่านก็สามารถทำได้โดยคลิ๊กขวาแล้วเลือก New Audio Track
เมื่อได้มาแล้วก็ให้ทำเช่นเดิมคือไปกดตรงตัว R ให้ไฟสีแดงติด ซึ่งการจะอัด Track เสียงต่อไปนั้นเราจะต้องไปกดตัว R ที่บริเวณ Track เสียง Audio ก่อนหน้านั้นออกก่อน เพราะไม่อย่างนั้นโปรแกรมจะบันทึกเสียงทับซ้อนกันในส่วนของ Audio ก่อนหน้า (ให้ตั้งค่าให้เหมือนภาพด้านล่าง)
ที่นี้เมื่อเราพร้อมจะบันทึกเสียงแล้วก็ให้ทำเช่นเดิมคือกดปุ่ม R ที่คีย์บอร์ด Track เสียงก็จะเริ่มเดิน โดยมีเสียงของ Track ที่ 1 เป็น Background Tempo (จังหวะเสียง) อยู่ ซึ่งตรงส่วนนี้ถ้าใครไม่ต้องการจะให้มีเสียงของ Track ที่ 1 อยู่ด้วยตอนบันทึกก็สามารถกระทำได้โดยการไปกดตรงตัว M ให้เป็นสีเหลืองก่อนบันทึก
โดยขั้นตอนนี้สามารถทำไปได้เรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจแต่ระวังฮาร์ดดิสก์เต็มด้วยนะครับเพราะการบันทึกเสียง 1 Track ใช้ทรัพยากรของพื้นที่ไปเยอะพอสมควร
จากนั้นเราจะทำการ Mixed Down เสียงกันแล้ว ซึ่งวิธีก็คือให้เข้าโปรแกรม SONAR จากนั้นก็ให้สร้าง Track เสียงขึ้นมาอีกหนึ่ง Track แล้วติ๊กที่ตัว R เหมือนเดิม ที่นี้ให้กดที่ปุ่ม
ที่อยู่บน Tools bar ด้านบน เพื่อให้ Audio Track Bar เลื่อนไปอยู่ตำแหน่งที่ 1 (ต้นเพลง) จากนั้นกดปุ่ม R แล้วรอจนจบเพลง ซึ่งเมื่อบันทึกเสียงเสร็จเรียบร้อยแล้วให้กดปุ่ม R หรือ Spacebar อีกครั้งเพื่อจบกระบวนการทำงาน
*ขั้นตอนนี้ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่า เราได้เลือกปุ่ม M (Mute - สีเหลือง) ไว้ในที่ใดบ้าง เพราะไม่อย่างนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อรวมเสียงแล้ว เสียงเครื่องดนตรีบางชนิดอาจไม่ออกหรือเสียงที่ไม่ต้องการกลับออกมาให้ได้ยิน
เมื่อโปรแกรมบันทึกเสียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสามารถปรับแต่งเสียงที่ออกมาได้ โดยการคลิ๊กในส่วน Track เสียงที่เราต้องการปรับแต่งจากนั้นให้คลิ๊กที่คำสั้ง Process ตรงเมนูบาร์ แล้วเลือก Audio FX ซึ่งในส่วนนี้จะมีคำสั่งต่างๆ ที่ใช้ในการปรับแต่งเสียงมากมาย ซึ่งก็แล้วแต่ท่านผู้อ่านว่าจะเลือกปรับอะไร
และขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการ Export File ออกมาเป็นรูปแบบเสียงแต่ละประเภท ซึ่งวิธีการก็คือให้เรานำเมาส์ไปกดที่ Track เสียงที่เราเพิ่งบันทึกมาเสร็จเรียบร้อยหนึ่งครั้ง จากนั้นให้กดที่ File เลือก Export แล้วก็ Audio
โดยในหน้า Pop Up Audio นั้นสิ่งที่เราต้องทำคือ เปลี่ยน Bit Depth เป็น 16 เพราะบางโปรแกรมอาจไม่รองรับการเข้ารหัสเสียงแบบ 32 bit ได้ ซึ่งเมื่อเลือก Bit Depth เสร็จแล้วก็ให้ตั้งชื่อไฟล์ จากนั้นก็เลือก Files of type ว่าต้องการบันทึกเป็น Format ใด เมื่อเลือกเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ให้เรากด Export จากนั้นก็เลือกคุณภาพของเสียงแล้วตอบตกลง ก็เป็นอันจบพิธี
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับการผลิตผลงานเพลงส่วนตัวตอบกระแสวันวาเลนไทน์ด้วยเจ้า Cakewalk SONAR ซึ่งถ้าใครไม่มีความสามารถในการเล่นดนตรี แต่มีใจรักในการร้องเพลง ไม่ต้องเป็นห่วง เรามีทางแก้เพื่อหนทางแห่งการบอกรักผ่านบทเพลงมาให้คุณแล้ว ติดตามตอนต่อไปได้เลยจ้า
ในตอนนี้เรายังคงใช้บางวิธีจากตอนที่ 1 อยู่แต่จะง่ายขึ้น แต่ทั้งนี้อุปกรณ์ที่ต้องมีก็ยังคงเป็นไมโคนโฟนเหมือนเดิม โดยวิธีทำคือ
อันดับแรก ให้สร้าง Project ใหม่ด้วยการกดที่ New หรือใช้ Ctrl+N ก็ได้
จากนั้นกด File >> Video >> Import จะปรากฏหน้าต่าง Pop Up ดังภาพด้านล่างขึ้น
แล้วเปลี่ยน Files of type เป็น All Files จากนั้นไปที่โฟล์เดอร์เก็บไฟล์ Karaoke แล้วเลือกไฟล์ Karaoke ที่เราต้องการ โดยไฟล์ Karaoke ต้องเป็นนามสกุล avi, mpg, asf หรือ mov เท่านั้น ซึ่งเมื่อเลือกเสร็จแล้วให้กด Open
จะปรากฏหน้าต่างดังภาพด้านล่าง
ให้เราย่อหน้าต่างทั้งหมดลงมาให้เป็นดังภาพตัวอย่างด้านล่าง (เพื่อสะดวกในเวลาบันทึกเพลง)
ที่ Audio 1 ให้เรานำเมาส์ไปกดที่ตัว R จนไฟสีแดงปรากฏ
อย่าลืมเปลี่ยนช่อง Input ของโปรแกรมการ์ดเสียงเป็นบันทึกจาก Mic ด้วย
เมื่อทดลองเสียงจากไมโครโฟนว่าต่อเข้าคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการบันทึกเสียงครับ โดยให้กดปุ่ม R ที่คีย์บอร์เช่นเดิมเพื่อเริ่มบันทึก จากนั้นท่านผู้อ่านก็เริ่มบรรเลงเสียงร้องอันไพเราะได้เลย แล้วเมื่อบันทึกเสียงเสร็จแล้วให้กด R อีกครั้งเพื่อหยุดการบันทึก
เมื่อเสร็จสิ้นแล้วให้เราปรับแต่งเสียงและ Export ผลงานออกมาตามวิธีที่ได้กล่าวไปก่อนหน้า ก็จะเป็นอันจบพิธี
จบไปแล้วครับกับบทความ How to 2 ตอนแบบเมดเลย์รอบเดียวเกี่ยวกับการผลิตผลงานเพลงส่วนตัวต้อนรับกระแสวันวาเลนไทน์ ซึ่งแฟนสาว คนแอบรัก หรือคนแอบจีบจะชอบหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละคนนะครับว่าจะถูกใจสาวเจ้าแต่ละคนไหม 555+ เอาเป็นว่าผมขอให้โชคดีและแฮปปี้ในวันวาเลนไทน์กันทุกคนนะครับ สวัสดี
---------------------------
อีกนิดนึง สำหรับคนที่ไม่เข้าใจการบันทึกเสียงในบางขั้นตอนลองไปไล่ดูจากวิด๊โอที่ผมได้จัดทำขึ้นก็ได้ครับ
ส่วนถ้ามีปัญหาคับข้องใจประการใดเมล์มาสอบถามได้ที่ potsawats@fg.in.th
วิดีโอสอนการใช้งาน Cakewalk SONAR บทที่ 1 >> คลิ๊ก <<
วิดีโอสอนการใช้งาน Cakewalk SONAR ในส่วนของการ Export ไฟล์เสียง >> คลิ๊ก <<
วิดีโอสอนการใช้งาน Cakewalk SONAR บทที่ 2 >> คลิ๊ก <<
ตัวอย่างเพลงบรรเลงชื่อ Six โดยผมเอง >> คลิ๊ก <<